iPhone 18 Pro vs iPhone 17 Pro ต่างกันแค่ไหน ควรอัปเกรดหรือไม่
iPhone 18 Pro เป็นรุ่นต่อยอดจาก iPhone 17 Pro โดยยังคงหน้าจอขนาด 6.3 นิ้วและรูปทรงตัวเครื่องใกล้เคียงเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้ชิป A20 Pro เพิ่มกล้องหลักแบบปรับรูรับแสง ปรับปรุงระบบระบายความร้อน แบตเตอรี่ การชาร์จ และความสามารถด้าน AI
คำถามสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มากพอให้เจ้าของ iPhone 17 Pro เสียเงินอัปเกรดหรือไม่ บทความนี้จะเปรียบเทียบจากข้อมูลทางเทคนิคของ Apple และผลทดสอบจากสำนักรีวิวอิสระ โดยไม่ใช้ข้อมูลจากข่าวลือหรือสร้างคะแนนทดสอบขึ้นเอง
📱 สรุปความแตกต่าง iPhone 18 Pro กับ iPhone 17 Pro
| รายการ | iPhone 18 Pro | iPhone 17 Pro |
|---|---|---|
| หน้าจอ | OLED 6.3 นิ้ว | OLED 6.3 นิ้ว |
| ความละเอียด | 2622 × 1206 พิกเซล | 2622 × 1206 พิกเซล |
| อัตรารีเฟรช | ProMotion สูงสุด 120Hz | ProMotion สูงสุด 120Hz |
| ชิป | A20 Pro | A19 Pro |
| CPU | 6-core | 6-core |
| GPU | 7-core | 6-core |
| กล้องหลัก | 48MP ปรับรูรับแสงได้ | 48MP รูรับแสงคงที่ |
| Ultra Wide | 48MP | 48MP |
| Telephoto | 48MP | 48MP |
| ซูมคุณภาพระดับออปติคัล | สูงสุด 8 เท่า | สูงสุด 8 เท่า |
| กล้องหน้า | Center Stage 18MP | Center Stage 18MP |
| ระบบระบายความร้อน | Vapor Chamber รุ่นปรับปรุง | Vapor Chamber |
| เล่นวิดีโอตามข้อมูล Apple | สูงสุด 36 ชั่วโมง | สูงสุด 33 ชั่วโมง |
| ผลทดสอบแบตเตอรี่ | 16 ชม. 17 นาที | 15 ชม. 21 นาที |
| ขนาด | 150 × 71.9 × 8.75 มม. | 150 × 71.9 × 8.75 มม. |
| น้ำหนัก | 211 กรัม | 206 กรัม |
| ความจุ | 256GB–2TB | 256GB–2TB |
| ราคาเปิดตัวเริ่มต้นในไทย | 48,900 บาท | 43,900 บาท |
ภาพรวมคือ iPhone 18 Pro ไม่ได้เปลี่ยนขนาดหน้าจอหรือระบบกล้องทั้งหมด แต่เน้นปรับปรุงชิป กล้องหลัก แบตเตอรี่ ความร้อน และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ
① ดีไซน์และขนาดแทบไม่เปลี่ยน
iPhone 18 Pro และ iPhone 17 Pro มีขนาดตัวเครื่องเท่ากันที่ 150 × 71.9 × 8.75 มม. ทำให้ความรู้สึกขณะจับถือและพื้นที่ในกระเป๋าใกล้เคียงกันมาก
ทั้งสองรุ่นใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมแบบชิ้นเดียว พร้อม Ceramic Shield บริเวณด้านหน้าและกระจกด้านหลัง จุดที่แตกต่างคือ iPhone 18 Pro มีน้ำหนัก 211 กรัม มากกว่า iPhone 17 Pro ซึ่งหนัก 206 กรัมอยู่ 5 กรัม
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเพียง 5 กรัมอาจไม่รู้สึกชัดในการใช้งานระยะสั้น แต่ผู้ที่ใส่เคสหนาหรือถือถ่ายวิดีโอเป็นเวลานานอาจสังเกตได้บ้าง
สีของตัวเครื่อง
iPhone 18 Pro มีให้เลือกสี่สี ได้แก่:
ดำ
เงิน
ธารน้ำแข็ง
เบอร์กันดี
iPhone 17 Pro มีชุดสีที่แตกต่างกัน โดยสีเด่นของรุ่นคือ Cosmic Orange สีของตัวเครื่องจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลด้านความชอบ แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลหลักในการอัปเกรดหากเครื่องเดิมยังทำงานได้ดี
② หน้าจอแตกต่างกันมากหรือไม่
ทั้งสองรุ่นใช้หน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2622 × 1206 พิกเซล ความหนาแน่น 460 ppi และรองรับ ProMotion สูงสุด 120Hz
คุณสมบัติที่มีเหมือนกัน ได้แก่:
Always-On Display
การแสดงผล HDR
True Tone
ขอบเขตสีกว้างแบบ P3
Haptic Touch
Dynamic Island
อัตรารีเฟรชแบบปรับตามเนื้อหา
iPhone 18 Pro ได้รับการปรับปรุง Dynamic Island ให้มีขนาดเล็กลงและจัดการกิจกรรมสดพร้อมกันได้มากขึ้น รวมถึงมีการลดแสงสะท้อนของหน้าจอ แต่ประสบการณ์พื้นฐานยังคงใกล้เคียงกับ iPhone 17 Pro
ผู้ที่คาดหวังว่าหน้าจอของรุ่นใหม่จะใหญ่ขึ้นหรือคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอาจไม่พบความแตกต่างมากนัก เพราะขนาด ความละเอียด และความหนาแน่นของพิกเซลยังเท่าเดิม
③ ชิป A20 Pro แรงกว่า A19 Pro แค่ไหน
iPhone 18 Pro ใช้ชิป A20 Pro พร้อม CPU แบบ 6-core และ GPU แบบ 7-core ส่วน iPhone 17 Pro ใช้ชิป A19 Pro พร้อม CPU แบบ 6-core และ GPU แบบ 6-core
Tom’s Guide ทดสอบประสิทธิภาพ CPU ด้วย Geekbench 6 ได้ผลดังนี้:
| รุ่น | Single-Core | Multi-Core |
|---|---|---|
| iPhone 18 Pro | 4,735 | 12,800 |
| iPhone 17 Pro | 3,834 | 9,988 |
| เพิ่มขึ้นโดยประมาณ | 23.5% | 28.2% |
คะแนนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า A20 Pro มีประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะงานที่ใช้หลายแกนประมวลผลพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม คะแนน Benchmark เป็นการทดสอบสังเคราะห์ ไม่ได้หมายความว่าการเปิดแอป โซเชียล แชต หรือดูวิดีโอจะเร็วขึ้นเกือบ 30% ทุกสถานการณ์
ในการใช้งานทั่วไป A19 Pro ยังคงมีประสิทธิภาพสูงมาก ผู้ใช้จะเห็นความแตกต่างจาก A20 Pro ชัดกว่าเมื่อทำงานประเภทต่อไปนี้:
ส่งออกวิดีโอ
ประมวลผลภาพจำนวนมาก
เล่นเกมกราฟิกสูง
ใช้แอป AI บนอุปกรณ์
ทำงานหลายแอปพร้อมกัน
ใช้งานต่อเนื่องภายใต้ภาระประมวลผลสูง
④ ประสิทธิภาพกราฟิกและการเล่นเกม
Tom’s Guide ทดสอบ 3DMark Solar Bay Unlimited ได้ผลดังนี้:
| รุ่น | คะแนน | อัตราเฟรมเฉลี่ย |
|---|---|---|
| iPhone 18 Pro | 16,288 | 61.93 fps |
| iPhone 17 Pro | 12,208 | 46.4 fps |
คะแนนกราฟิกของ iPhone 18 Pro สูงขึ้นประมาณ 33% ส่วนอัตราเฟรมเฉลี่ยสูงขึ้นประมาณ 15.5 fps ภายใต้การทดสอบดังกล่าว
ความแตกต่างนี้มีประโยชน์กับเกมที่ใช้ Ray Tracing เกมระดับ AAA และแอปกราฟิกที่รองรับชิปใหม่ แต่เกมทั่วไปหรือเกมที่จำกัดเฟรมเรตอาจไม่แสดงความแตกต่างเต็มประสิทธิภาพ
ผลทดสอบความเสถียร
ในการทดสอบ 3DMark Wild Life Extreme Stress Test:
| รุ่น | ความเสถียร |
|---|---|
| iPhone 18 Pro | 62.8% |
| iPhone 17 Pro | 61.1% |
แม้ประสิทธิภาพสูงสุดของ iPhone 18 Pro เพิ่มขึ้นมาก แต่ความเสถียรภายใต้ภาระกราฟิกต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเพียง 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเมื่อเครื่องร้อน ประสิทธิภาพยังสามารถลดลงจากช่วงเริ่มต้นได้
ผู้เล่นเกมจึงควรพิจารณาทั้งเฟรมเรตสูงสุด ความเสถียร อุณหภูมิ และระยะเวลาการเล่น ไม่ควรดูคะแนนสูงสุดเพียงตัวเดียว
⑤ ระบบระบายความร้อนดีขึ้นหรือไม่
ทั้งสองรุ่นมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber แต่ iPhone 18 Pro ได้รับการปรับปรุงการจัดวางชิปและพื้นที่กระจายความร้อนภายใน
ผลที่คาดหวังได้คือ:
ลดการสะสมความร้อนบริเวณชิป
ช่วยรักษาประสิทธิภาพระหว่างเล่นเกม
รองรับงาน AI ที่ประมวลผลบนเครื่อง
ช่วยควบคุมอุณหภูมิระหว่างถ่ายวิดีโอ
ลดโอกาสที่หน้าจอจะลดความสว่างเร็วเกินไป
อย่างไรก็ตาม ผล Stress Test ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่า Vapor Chamber รุ่นใหม่ไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดด้านความร้อนหายไปทั้งหมด ผู้ใช้ที่เล่นเกมหนักต่อเนื่องยังควรหลีกเลี่ยงการเล่นระหว่างชาร์จและไม่ควรใช้เครื่องในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด
⑥ กล้องหลักแบบปรับรูรับแสงคือจุดอัปเกรดสำคัญ
ความแตกต่างด้านกล้องที่ชัดเจนที่สุดคือ iPhone 18 Pro ใช้กล้องหลัก Fusion 48MP พร้อมรูรับแสงที่ปรับได้สี่ระดับ ได้แก่:
ƒ/1.48
ƒ/1.8
ƒ/2.8
ƒ/4.0
ส่วนกล้องหลักของ iPhone 17 Pro ใช้รูรับแสงคงที่ การเพิ่มกลไกปรับรูรับแสงช่วยให้ iPhone 18 Pro ควบคุมปริมาณแสงและระยะชัดลึกได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม
ประโยชน์ของรูรับแสงแต่ละระดับ
ƒ/1.48 รับแสงได้มาก เหมาะกับภาพกลางคืนหรือสภาพแสงน้อย
ƒ/1.8 เหมาะกับการถ่ายภาพทั่วไปและสร้างสมดุลระหว่างแสงกับระยะชัด
ƒ/2.8 ช่วยเพิ่มระยะชัดลึก เหมาะกับภาพบุคคลหลายคนหรือวัตถุที่ต้องการรายละเอียดมากขึ้น
ƒ/4.0 เหมาะกับภาพที่ต้องการให้วัตถุหลายระยะอยู่ในโฟกัส เช่น ภาพกลุ่มหรือภาพวิว
ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ไวต์บาลานซ์ โฟกัส และ Histogram ผ่านเครื่องมือระดับ Pro ได้มากขึ้น
⑦ กล้อง Ultra Wide และ Telephoto เปลี่ยนหรือไม่
ทั้งสองรุ่นมีกล้องหลัง 48MP จำนวนสามตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก Ultra Wide และ Telephoto พร้อมรองรับการซูมคุณภาพระดับออปติคัลสูงสุด 8 เท่า
สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้าง มาโคร และซูมระยะไกล ความแตกต่างของฮาร์ดแวร์ไม่ได้มากเท่ากล้องหลัก ผู้ใช้ iPhone 17 Pro จึงไม่ควรคาดหวังว่าภาพจากทุกเลนส์จะเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล
คุณภาพภาพของ iPhone 18 Pro อาจดีขึ้นจากชิปประมวลผลภาพ ซอฟต์แวร์ และระบบ AI แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพแสง ระยะถ่าย และการตั้งค่าที่ใช้ด้วย
⑧ การถ่ายวิดีโอและเครื่องมือสำหรับมืออาชีพ
iPhone 18 Pro และ iPhone 17 Pro รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง Dolby Vision และการโอนไฟล์ผ่านพอร์ต USB‑C ความเร็วระดับ USB 3
จุดที่ iPhone 18 Pro ได้เปรียบคือ:
กล้องหลักปรับรูรับแสงได้
เครื่องมือควบคุมกล้องละเอียดขึ้น
ชิป A20 Pro ประมวลผลวิดีโอเร็วกว่า
ระบบระบายความร้อนได้รับการปรับปรุง
รองรับการแก้ไขและประมวลผลด้วย AI มากขึ้น
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า
สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์หรือผู้ถ่ายวิดีโอจริงจัง กล้องหลักแบบปรับรูรับแสงอาจเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอให้อัปเกรด แต่ผู้ที่ถ่ายวิดีโอทั่วไปลงโซเชียลอาจยังใช้งาน iPhone 17 Pro ต่อได้โดยไม่เสียโอกาสมากนัก
⑨ ประสิทธิภาพด้าน AI แตกต่างกันอย่างไร
iPhone 18 Pro ได้รับ Neural Engine รุ่นใหม่สำหรับประมวลผลโมเดล AI บนอุปกรณ์ ส่วน iPhone 17 Pro ยังรองรับ Apple Intelligence แต่ฮาร์ดแวร์มีประสิทธิภาพต่ำกว่ารุ่นใหม่
Tom’s Guide ทดสอบ Geekbench AI 1.7 ในโหมด Quantized Core ML/Neural Engine ได้ผลดังนี้:
| รุ่น | คะแนน AI |
|---|---|
| iPhone 18 Pro | 69,245 |
| iPhone 17 Pro | 49,050 |
| เพิ่มขึ้นโดยประมาณ | 41.2% |
คะแนนนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น แต่ประโยชน์ในการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับแอป ภาษา ภูมิภาค และคุณสมบัติที่ Apple เปิดให้ใช้งาน
ไม่ควรนำคะแนน Core ML ของ iPhone ไปเปรียบเทียบตรงๆ กับคะแนนจาก Backend คนละประเภทบน Android เพราะอาจใช้ภาระงานและวิธีประมวลผลต่างกัน
⑩ iOS 27 และ Siri AI
iPhone 18 Pro มาพร้อม iOS 27 และออกแบบให้ทำงานกับ Siri AI กับ Apple Intelligence รุ่นใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น ส่วน iPhone 17 Pro สามารถอัปเดตระบบและใช้คุณสมบัติจำนวนมากได้เช่นกัน
ความแตกต่างคือ iPhone 18 Pro มีฮาร์ดแวร์ด้าน AI รุ่นใหม่ ซึ่งอาจประมวลผลคำสั่งบนอุปกรณ์ได้รวดเร็วกว่า และมีโอกาสรองรับคุณสมบัติที่ใช้ทรัพยากรสูงในอนาคตได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรซื้อเครื่องใหม่เพียงเพราะคาดการณ์ว่าคุณสมบัติในอนาคตอาจใช้ได้เฉพาะรุ่นใหม่ ควรพิจารณาคุณสมบัติที่เปิดให้ใช้งานจริงในภาษาไทยและประเทศไทย ณ เวลาที่ซื้อด้วย
⑪ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นเท่าไร
Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมง เทียบกับ 33 ชั่วโมงของ iPhone 17 Pro
Tom’s Guide ทดสอบด้วยการเปิดเว็บไซต์ผ่านเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่องที่ความสว่างหน้าจอ 150 นิต ได้ผลดังนี้:
| รุ่น | ระยะเวลาทดสอบ |
|---|---|
| iPhone 18 Pro | 16 ชั่วโมง 17 นาที |
| iPhone 17 Pro | 15 ชั่วโมง 21 นาที |
| ผลต่าง | 56 นาที |
iPhone 18 Pro ใช้งานได้นานขึ้นประมาณ 56 นาทีภายใต้วิธีทดสอบเดียวกัน ถือเป็นการปรับปรุงที่ดี แต่ยังไม่ใช่ความแตกต่างระดับที่เจ้าของ iPhone 17 Pro ทุกคนจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่อง
สำหรับผู้ที่แบตเตอรี่ของ iPhone 17 Pro ยังมีสุขภาพดีและสามารถใช้งานได้ครบวัน การอัปเกรดเพื่อแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวอาจไม่คุ้มค่า
⑫ ความจุแบตเตอรี่จากการแกะเครื่อง
iFixit พบว่า iPhone 18 Pro รุ่นอเมริกาเหนือมีแบตเตอรี่ขนาด 4,288mAh เทียบกับ 4,252mAh ของ iPhone 17 Pro เพิ่มขึ้นประมาณ 1%
แม้ความจุเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ผลทดสอบแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง สะท้อนว่าความประหยัดพลังงานของชิป A20 Pro และการจัดการพลังงานของระบบมีส่วนสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ความจุแบตเตอรี่อาจแตกต่างตามภูมิภาคและโครงสร้างซิม ไม่ควรนำตัวเลขของรุ่นอเมริกาเหนือไปยืนยันว่าเครื่องประเทศไทยใช้แบตเตอรี่ขนาดเดียวกันโดยไม่มีการตรวจสอบรหัสรุ่น
⑬ การชาร์จเร็วขึ้นหรือไม่
iPhone 18 Pro รองรับระบบชาร์จเร็วรุ่นใหม่ โดย Apple ระบุว่าสามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ สาย และมาตรฐานการจ่ายไฟที่รองรับ
iPhone 17 Pro ระบุเวลาชาร์จถึง 50% ในประมาณ 20 นาทีภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้น iPhone 18 Pro จึงมีข้อได้เปรียบสำหรับผู้ที่ต้องการเติมพลังงานในช่วงเวลาสั้นๆ
ความเร็วในการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับ:
กำลังไฟของอะแดปเตอร์
มาตรฐานของสาย USB‑C
อุณหภูมิของเครื่อง
ระดับแบตเตอรี่เริ่มต้น
การใช้งานระหว่างชาร์จ
การตั้งค่าชาร์จเพื่อถนอมแบตเตอรี่
ทั้งสองรุ่นรองรับ MagSafe และ Qi2 สูงสุด 25W เมื่อใช้อุปกรณ์ที่ตรงตามเงื่อนไข
⑭ การเชื่อมต่อเปลี่ยนแปลงอย่างไร
iPhone 18 Pro รองรับ:
5G
Wi‑Fi 7
Bluetooth 6
NFC
Thread
Ultra Wideband
Nano-SIM ร่วมกับ eSIM สำหรับรุ่นประเทศไทย
eSIM คู่
iPhone 17 Pro รองรับการเชื่อมต่อระดับสูงอยู่แล้ว ความแตกต่างจึงอาจไม่เห็นชัดในการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อใช้กับ Router หรืออุปกรณ์ที่ยังไม่รองรับมาตรฐานรุ่นใหม่
ผู้ที่ใช้งาน Wi‑Fi 7 อุปกรณ์ Bluetooth รุ่นใหม่ หรือระบบบ้านอัจฉริยะอาจได้รับประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ควรอัปเกรดเพราะชื่อมาตรฐานเพียงอย่างเดียว หากเครือข่ายและอุปกรณ์รอบตัวไม่รองรับ
⑮ ความจุและราคาต่างกันเท่าไร
ทั้งสองรุ่นมีความจุให้เลือกเหมือนกัน ได้แก่:
256GB
512GB
1TB
2TB
ราคาเริ่มต้นจาก Apple Thailand มีดังนี้:
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น 256GB |
|---|---|
| iPhone 18 Pro | 48,900 บาท |
| iPhone 17 Pro | 43,900 บาท |
| ส่วนต่างราคาเปิดตัว | 5,000 บาท |
iPhone 18 Pro มีราคาเริ่มต้นสูงกว่ารุ่นก่อน 5,000 บาท สิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมคือชิปใหม่ กล้องหลักปรับรูรับแสง แบตเตอรี่ที่นานขึ้น การชาร์จเร็วขึ้น และระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายจริงของ iPhone 17 Pro หลังเปิดตัวรุ่นใหม่อาจลดลงตามร้านค้า โปรโมชัน สินค้าคงเหลือ และสภาพเครื่อง ราคาปัจจุบันจึงควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนซื้อ
⑯ เคส iPhone 17 Pro ใช้กับ iPhone 18 Pro ได้หรือไม่
ทั้งสองรุ่นมีขนาดภายนอกเท่ากัน และสำนักรีวิวบางแห่งรายงานว่าสามารถใส่เคสข้ามรุ่นได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรสรุปว่าเคสทุกแบบจะใช้ร่วมกันได้สมบูรณ์
สิ่งที่ต้องตรวจสอบประกอบด้วย:
ขนาดและตำแหน่งชุดกล้อง
ตำแหน่งปุ่มด้านข้าง
ช่องลำโพงและไมโครโฟน
ช่องพอร์ต USB‑C
ความสูงของขอบป้องกันเลนส์
ตำแหน่งแม่เหล็ก MagSafe
เพื่อความพอดีและการป้องกันที่เหมาะสม ควรเลือกเคสที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ iPhone 18 Pro โดยตรง
⑰ ตารางผลทดสอบจากสำนักรีวิวอิสระ
| รายการทดสอบ | iPhone 18 Pro | iPhone 17 Pro | ความแตกต่าง |
|---|---|---|---|
| Geekbench 6 Single-Core | 4,735 | 3,834 | เพิ่มประมาณ 23.5% |
| Geekbench 6 Multi-Core | 12,800 | 9,988 | เพิ่มประมาณ 28.2% |
| 3DMark Solar Bay | 16,288 | 12,208 | เพิ่มประมาณ 33.4% |
| Solar Bay Frame Rate | 61.93 fps | 46.4 fps | เพิ่ม 15.53 fps |
| Stress Test Stability | 62.8% | 61.1% | เพิ่ม 1.7 จุด |
| Geekbench AI 1.7 | 69,245 | 49,050 | เพิ่มประมาณ 41.2% |
| ทดสอบแบตเตอรี่ | 16 ชม. 17 นาที | 15 ชม. 21 นาที | เพิ่ม 56 นาที |
คะแนนทั้งหมดเป็นผลจากเครื่องและวิธีทดสอบของสำนักรีวิวเดียวกัน ผลจากเครื่องแต่ละเครื่องอาจแตกต่างตามเวอร์ชันซอฟต์แวร์ อุณหภูมิ สัญญาณเครือข่าย และแอปที่ติดตั้ง
⑱ ข้อดีของการอัปเกรดเป็น iPhone 18 Pro
CPU และ GPU มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ประสิทธิภาพด้าน AI เพิ่มขึ้น
กล้องหลักปรับรูรับแสงได้สี่ระดับ
มีเครื่องมือควบคุมกล้องระดับ Pro มากขึ้น
แบตเตอรี่จากผลทดสอบใช้งานได้นานขึ้น
ชาร์จได้เร็วขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่รองรับ
ระบบระบายความร้อนได้รับการปรับปรุง
Dynamic Island มีขนาดเล็กลง
รองรับการเชื่อมต่อรุ่นใหม่
มีสีธารน้ำแข็งและเบอร์กันดีให้เลือก
⑲ เหตุผลที่ควรใช้ iPhone 17 Pro ต่อ
หน้าจอมีขนาดและความละเอียดเท่ากัน
ยังคงรองรับ ProMotion 120Hz
มีกล้องหลัง 48MP สามตัว
ซูมคุณภาพระดับออปติคัลสูงสุด 8 เท่า
รองรับ Apple Intelligence
ประสิทธิภาพ A19 Pro ยังสูงเพียงพอ
แบตเตอรี่ต่างจากรุ่นใหม่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในผลทดสอบ
ขนาดตัวเครื่องเท่ากัน
ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่
ไม่ต้องย้ายข้อมูลหรือซื้ออุปกรณ์เสริมใหม่
⑳ ใครควรอัปเกรดจาก iPhone 17 Pro
การอัปเกรดเหมาะกับผู้ใช้กลุ่มต่อไปนี้:
ช่างภาพที่ต้องการกล้องหลักปรับรูรับแสง
ผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องใช้เครื่องมือควบคุมกล้องใหม่
ผู้เล่นเกมที่ต้องการประสิทธิภาพกราฟิกสูงขึ้น
ผู้ใช้แอป AI บนอุปกรณ์เป็นประจำ
ผู้ที่ต้องส่งออกภาพหรือวิดีโอจำนวนมาก
ผู้ที่ต้องการชาร์จเร็วขึ้น
ผู้ที่มีปัญหาแบตเตอรี่หรือพื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ
ผู้ที่สามารถขายหรือแลกเครื่องเดิมได้ราคาดี
ใครยังไม่ควรอัปเกรด
เจ้าของ iPhone 17 Pro ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หากใช้งานในลักษณะต่อไปนี้:
โทร แชต และเล่นโซเชียลเป็นหลัก
ถ่ายภาพทั่วไปโดยไม่ใช้การตั้งค่าระดับ Pro
เล่นเกมทั่วไปที่เครื่องเดิมยังทำงานลื่น
แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ครบวัน
ไม่ได้ใช้แอป AI หนักๆ
พอใจกับสีและดีไซน์เดิม
ไม่ต้องการพื้นที่จัดเก็บเพิ่ม
ต้องจ่ายส่วนต่างในการอัปเกรดค่อนข้างสูง
💡 iPhone 18 Pro คุ้มกว่าสำหรับผู้ซื้อใหม่หรือไม่
หากกำลังเลือกระหว่างเครื่องใหม่สองรุ่นและราคาต่างกันไม่มาก iPhone 18 Pro เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะได้รับชิป A20 Pro กล้องหลักปรับรูรับแสง แบตเตอรี่ดีขึ้น และมีระยะการรองรับในอนาคตยาวกว่า
แต่ถ้าพบ iPhone 17 Pro เครื่องใหม่หรือเครื่องสภาพดีในราคาต่ำกว่ามาก รุ่นเก่ายังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้กล้องแบบ Manual เล่นเกมหนัก หรือประมวลผล AI บนอุปกรณ์
ควรเปรียบเทียบราคาสุทธิหลังหักส่วนลด ของแถม ประกัน และมูลค่าเครื่องเก่า ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาเต็มจากวันเปิดตัว
คำถามที่พบบ่อย
iPhone 18 Pro แรงกว่า iPhone 17 Pro มากไหม
ผล Geekbench 6 จาก Tom’s Guide แสดงว่า Single-Core เพิ่มประมาณ 23.5% และ Multi-Core เพิ่มประมาณ 28.2% แต่การใช้งานทั่วไปอาจไม่รู้สึกเร็วขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
กล้อง iPhone 18 Pro ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร
จุดสำคัญคือกล้องหลัก 48MP สามารถปรับรูรับแสงได้สี่ระดับ ช่วยควบคุมแสงและระยะชัดลึกได้มากกว่ากล้องรูรับแสงคงที่ของ iPhone 17 Pro
แบตเตอรี่ต่างกันกี่ชั่วโมง
Tom’s Guide ทดสอบได้ 16 ชั่วโมง 17 นาทีสำหรับ iPhone 18 Pro และ 15 ชั่วโมง 21 นาทีสำหรับ iPhone 17 Pro ต่างกัน 56 นาทีภายใต้วิธีทดสอบเดียวกัน
หน้าจอใหญ่ขึ้นหรือไม่
ไม่ใหญ่ขึ้น ทั้งสองรุ่นใช้หน้าจอ OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2622 × 1206 พิกเซล และรองรับ ProMotion สูงสุด 120Hz
ตัวเครื่องหนาขึ้นหรือไม่
ขนาดที่ Apple ระบุเท่ากันที่ 150 × 71.9 × 8.75 มม. แต่ iPhone 18 Pro หนักขึ้นจาก 206 เป็น 211 กรัม
ควรเปลี่ยนเพราะ Apple Intelligence หรือไม่
ยังไม่ควรเปลี่ยนเพราะ AI เพียงอย่างเดียว เนื่องจาก iPhone 17 Pro รองรับ Apple Intelligence เช่นกัน ควรตรวจสอบว่าคุณสมบัติที่ต้องการรองรับภาษาและภูมิภาคที่ใช้งานจริงหรือไม่
ซื้อ iPhone 17 Pro ตอนลดราคายังคุ้มไหม
ยังคุ้มหากราคาต่ำกว่า iPhone 18 Pro มาก เครื่องมีประกัน และไม่ต้องการกล้องปรับรูรับแสงหรือประสิทธิภาพ AI รุ่นใหม่
ควรอัปเกรดทุกปีหรือไม่
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็น การเปลี่ยนทุกสองถึงสี่ปีมักทำให้เห็นความแตกต่างด้านกล้อง แบตเตอรี่ ประสิทธิภาพ และซอฟต์แวร์ชัดกว่าการเปลี่ยนทุกปี
สรุป iPhone 18 Pro vs iPhone 17 Pro
iPhone 18 Pro มีการอัปเกรดที่วัดผลได้จริง ทั้งคะแนน CPU กราฟิก AI แบตเตอรี่ และกล้องหลักแบบปรับรูรับแสง จุดเด่นที่สุดสำหรับผู้ใช้ระดับมืออาชีพคือความยืดหยุ่นของกล้องและประสิทธิภาพ A20 Pro
อย่างไรก็ตาม หน้าจอ ขนาดตัวเครื่อง กล้อง Ultra Wide กล้อง Telephoto และประสบการณ์พื้นฐานยังใกล้เคียงกับ iPhone 17 Pro เจ้าของรุ่นเดิมที่ใช้โทรศัพท์ทั่วไปจึงยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
มุมมองของ comsiam คือ iPhone 18 Pro เหมาะกับผู้ซื้อเครื่องใหม่หรือผู้ที่อัปเกรดจาก iPhone 14 Pro และรุ่นเก่ากว่า ส่วนเจ้าของ iPhone 17 Pro ควรอัปเกรดเมื่อจำเป็นต้องใช้กล้องปรับรูรับแสง ประสิทธิภาพกราฟิกหรือ AI ที่สูงขึ้น และการชาร์จที่เร็วกว่าเท่านั้น
แหล่งข้อมูลประกอบบทความ
Apple Thailand: ข้อมูลทางเทคนิคของ iPhone 18 Pro
Apple Support: ข้อมูลทางเทคนิคของ iPhone 17 Pro
Tom’s Guide: ผลทดสอบ CPU, GPU, AI และแบตเตอรี่
iFixit: ข้อมูลแบตเตอรี่และโครงสร้างภายในจากการแกะเครื่อง
TechRadar: การเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงสำคัญระหว่างสองรุ่น
ข้อมูลราคาและผลทดสอบอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ซอฟต์แวร์ ภูมิภาค และเงื่อนไขการทดสอบ
